บริษัทเขียนโปรแกรม : Frequently Asked Questions
คำถาม
บริษัทจะมีความมั่นใจได้อย่างไรว่าตกลงจ้างแล้วจะได้รับโปรแกรมที่ตรงกับความต้องการ และโปรเจคไม่ล่ม ?
คำตอบ
เรามีขั้นตอนการทำงานที่ระบุลงในสัญญาอย่างชัดเจน ถึงขั้นตอนประกอบในการเขียนโปรแกรม โดยทั้ง 2 ฝ่าย ต้องอ่านและเซ็นกำกับ
ซึ่งเราใช้หลักการเดียวกับการจ้างผู้รับเหมาสร้างตึก การที่มาจ้างเราเขียนโปรแกรมให้บริษัทนั้น เหมือนกับจ้างเราสร้างตึกขึ้น
1.
หลังจากเซ็นสัญญาตกลงจ้างเขียนโปรแกรมแล้ว อันดับแรก เราจะเริ่มวิเคราะห์ระบบแบบละเอียด ด้วยการวาดออกมาเป็น Flowchart
แบบลักษณะคล้ายกับ Blue Print พร้อมกับเขียนกำกับอธิบายแต่ละขั้นตอนการทำงานในการเขียนโปรแกรมโดยละเอียด ให้ผู้ว่าจ้าง
สิ้นข้อสงสัย และให้เราแก้ไขจนมั่นใจได้ เพื่อเซ็นเอกสารให้เราเริ่มทำงานเขียนโปรแกรมในขั้นตอนถัดไป
โดยในข้อ 1 นี้นั้นบางบริษัทยินดีจ้างให้เราเป็นที่ปรึกษา เพื่อทำข้อ 1 ก่อนเริ่มงาน เพราะนอกจากในการเขียนโปแกรมแล้ว ยังสามารถ
ใช้ข้อ 1 นี้เป็น Workflow ประกอบการทำงานในบริษัทลูกค้าได้อีกด้วย คล้าย ๆ กับเป็น Standard Operating Procedure (SOP)
แต่เป็นรูปแบบสำหรับงานเขียนโปรแกรม
2.
เมื่อผู้จ้างเซ็นแบบ Flowchart ด้วยความมั่นใจแล้ว ต่อมาเราจะเริ่มขั้นตอนการเขียนโปรแกรม ขั้นตอนที่ 2 นั้นก็คือ การออกแบบ Prototype
เป็นการวิเคราะห์ออกแบบระบบสำหรับการเขียนโปรแกรมในอีกมิติ เปรียบเสมือนให้ Interior ออกแบบ 3D บ้าน จำลองการใช้งานจริง
โดยลูกค้านั้นจะเห็นน่าตาระบบครบทุก Feature ว่าครบถ้วนหรือไม่ และน่าตาโปรแกรมในแต่ละหน้านั้นมี Filed, Column
Filter, Search การหาข้อมูลต่าง ๆ ครบถ้วนหรือไม่ ดูแล้วใช้งานได้ง่ายหรือยาก สามารถมองเห็นภาพการเขียนโปรแกรมได้จากขั้นตอนนี้
สามารถแจ้งให้ปรับแก้ไขได้ ถ้ามีการตกหล่น หรือมีบางช่องที่ไม่จำเป็นกรอก หรือต้องเพิ่มช่องใด ๆ ทีมงานจะช่วยแนะนำเป็นที่ปรึกษา
ให้พร้อมกับเข้าไป Onsite Present อธิบายขั้นตอนการทำงานในการเขียนโปรแกรมนี้ ถึงเหตุผล และโดยเฉพาะ Pain Point ที่ระบบใหม่นี้
ถูกเขียนโปแกรมออกมาเพื่อให้ตอบโจทย์คุ้มค่าการลงทุนมากที่สุด
โดยการปรับแก้ไขนี้จะต้องสอดคล้องกับข้อ 1 ซึ่งเป็น Scope of Work ที่ตกลงกันไว้ในการเขียนโปรแกรมนี้ เมื่อถูกเซ็นแบบ Prototype
ครบทุกหน้าแล้ว ต่อไปถึงจะเริ่มเขียนโปรแกรมด้วยการ Coding โดย 2 ขั้นตอนที่อธิบายมานี้มีความสำคัญ และต้องละเอียดมากที่สุด
เพราะจะช่วยให้ Developer มีแนวทางที่ชัดเจนในการเขียนโปรแกรม และมีเอกสารกำกับการทำงานโดยละเอียด
3.
Project Manager ที่คุมงานเขียนโปรแกรมในระบบนี้ นำเอกสารทั้งหมดไปปรึกษากับทีม System Analyst (SA) เพื่อเริ่มออกแบบ Database
ก่อนที่จะให้ทีม Developer เริ่มงาน และ Project Manager มอบหมายงานให้ทีมเขียนโปรแกรมต่าง ๆ เริ่มงานได้พร้อมกับเอกสารข้อ 1, 2
โดยในระหว่างทีเริ่มเขียน Code อีกหนึ่งทีมที่มีความสำคัญมาก คือทีมทดสอบระบบจากการเขียนโปรแกรม QA (Quality Assurance)
โดยจะเริ่มทำการเขียนเอกสาร System Integration Testing (SIT) โดยใช้ข้อมูลจากข้อ 1, 2 นำมาวางแผนล่วงหน้า โดยที่การเขียนโปรแกรม
นั้นยังไม่เสร็จได้ เป็นการวางแผนการทำสอบ (Testing Plan) เป็นตัวอย่างจำลองการทดสอบแบบต่าง ๆ
เมื่อถึงเวลาทีม Developer นั้นเขียนโปรแกรมเสร็จเรียบร้อย โดยทีม Developers นั้นจะต้องทำการ Pre Test งานตัวเองก่อนพร้อมกับแก้ไข
ถ้าพบ Bug, Error ต่าง ๆ ก่อนที่จะแจ้งทีม QA ให้เริ่มทดสอบระบบได้ ซึ่งเป็นการทำงานบน Staging Server (เครื่องทดสอบ)
ทีม QA ทดสอบการเขียนโปรแกรม พร้อมกับลงผลการทดสอบในเอกสาร SIT ว่าแต่ละข้อนั้น Pass หรือ Fail โดยทีม QA จะทราบได้จากการสื่อสารในทีมว่าข้อต่าง ๆ นั้น Developer คนไหนที่มีส่วนเกี่ยวข้องพร้อมกับระบุชื่อ Developer เมื่อมีการแก้ไขจน Pass ครบทุกข้อแล้วทางบริษัทจะแจ้งให้ลูกค้าทราบ พร้อมกับส่งมอบเอกสารทดสอบระบบต่อไป
ต่อมาทางบริษัทจะนัดให้ลูกค้าเตรียมพนักงานแต่ละแผนกที่เกี่ยวข้องกับการเขียนโปรแกรมนี้ พร้อมกับเอกสาร User Accept Testing (UAT)
โดยเนื้อหานั้นเหมือนกับทีม QA แต่ต่างที่ User นั้นเป็นผู้ใช้งานจริง และต้องลงผลการทดสอบในแต่ละข้อเช่นกัน ว่าเป็น Pass หรือ Fail และแจ้งผลให้ทางบริษัทเขียนโปรแกรมนั้นรับทราบ และแก้ไขจนผ่านครบทุกข้อ
ขั้นตอนสุดท้ายเราจะเตรียมแผนสำหรับการ Go Live Plan พร้อมกับส่งมอบงาน และเอกสารการันตีระบบ ในการเขียนโปรแกรมนี้ทางเรารับประกันระบบให้เป็นเวลา 1 ปี และสามารถต่ออายุประกันได้ ซึ่งก็คือ Maintenance (MA)
โดยเราจะมี Server ให้ลูกค้า 2 เครื่อง เครื่องสำหรับทดสอบระบบ (Staging Server) และเครื่องสำหรับใช้งานจริง (Production Server)
ถ้ามีการอัปเดทการเขียนโปรแกรมนั้น เราจะทำบนเครื่องทดสอบให้ผ่านก่อน เพื่อไม่ให้กระทบกับการใช้งานจริงที่เครื่อง Production
คำถาม
ระหว่างใช้งานระบบใหม่ที่จ้างเขียนโปรแกรมขึ้นมานี้ ถ้าพบปัญหาทำอย่างไร ?
คำตอบ
ในสัญญาจ้างเขียนโปรแกรมนั้นมีเอกสารแนบท้ายสัญญาที่ชื่อว่า Service Level Agreement (SLA) โดยจะถูกแบ่งออกเป็น Level ต่าง ๆ
ตามความเร่งด่วนที่ตกลกันไว้ เช่น ถ้าระบบใช้งานต่อไม่ได้เลย ต้องได้รับการแก้ไขทันที และต้องติดต่อได้ทุกช่องทาง
แต่ถ้า User เผลอไปกดลบข้อมูล และไม่ได้เร่งด่วน ทางทีมเขียนโปรแกรมก็จะมีเวลาแก้ไขมากกว่ากรณีเร่งด่วน
โดยเรานั้นมีทั้งลูกค้าที่เปิด 24 ชั่วโมง และตามเวลทำการในเวลาปกติ ซึ่งทีม Support เราสามารถติดต่อได้ไว และทันทีทุกช่องทาง

Our Mission
บริษัทเขียนโปรแกรมคือ Partner
ที่เข้ามาช่วยเติมเต็มให้ธุรกิจของคุณ
ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่ม
มากยิ่งขึ้น เราไม่ได้แค่เขียนโปรแกรม
แต่เราเข้ามาช่วย Support คุณ
ทีมงานมีความพร้อมที่จะเขียนโปรแกรม
ช่วยให้งานของคุณเหนือกว่าคู่แข่ง
